• ข่าว ทุกวินาที

    นิตยสาร ภาพยนตร์บันเทิง ข่าวเด็ด คลิปเด็ด คลิปตลก ดูหนังออนไลน์ฟรี อัพเดทตลอดทุกวัน

Saturday, March 26, 2016

ด่วน สดๆ ร้อน ๆ ... เปิดประวัติอดีตดาราสาว ที่กำลังตกเป็นข่าวคดียาไอซ์ตอนนี้ ประวัติไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

ด่วน สดๆ ร้อน ๆ ... เปิดประวัติอดีตดาราสาว ที่กำลังตกเป็นข่าวคดียาไอซ์ตอนนี้ ประวัติไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
เรียกได้ว่าเป็นประเด็นร้อนหน้าหนึ่งในขณะนี้เลยทีเดียว… สำหรับนักแสดงสาว เอม เจษยา เวียงเกตุ จากที่เคยถูกคนร้ายเคาะประตูคอนโด อ้างว่าเป็นตำรวจ พร้อมกับขอค้นห้อง ค้นตัว เพื่อหายาเสพติด จากนั้นคนร้ายก็ได้ลวนลามแตะหน้าอก จนเธอต้องยอมให้ลวนลามทั้งน้ำตา อีกทั้งยังบังคับเธอให้ขับรถไปโรงพัก แต่ระหว่างทางนั้น คนร้ายขู่บอกให้จอด และวิ่งขึ้นรถหลบหนีไป

 

ล่าสุด (10 กุมภาพันธ์) เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับกุมคนร้ายทั้ง 3 คนได้แล้ว ซึ่งเมื่อสาวเอมเห็นหน้าผู้ต้องหานั้น เธอก็เกิดอาการโมโห พร้อมกับปัดหมวก เอาแว่นตาดำของคนร้ายออก และกล่าวเสียงดังฟังชัด ให้สื่อมวลชนได้ทราบว่า “พี่จะอายทำไม พี่เป็นคนลวนลามหนู ก็เปิดหน้าให้เห็นกันชัด ๆ ไปเลย” ส่วนคนร้ายก็ยังยืนกรานปฏิเสธไม่ได้ลวนลามเพียงแต่ทำหน้าที่ตรวจค้นธรรมดาเท่านั้น งานนี้ทำเอาสาวเอม เจษยา ทนไม่ไหว กล่าวสวนกลับด้วยความโมโหว่า… “ทั้งสามคนนี้เป็นคนลวนลามจริง ทำไมเวลาพี่ตรวจค้นเพื่อนหนู จึงไม่ให้หนูที่เป็นผู้หญิงตรวจค้นแทนล่ะ”
อย่างไรก็ตาม หลังมีประเด็นข่าวดังกล่าวทำให้บรรดาแฟนคลับต่างก็เห็นใจ เอม เจษยา กันยกใหญ่ พร้อมกับโพสต์ให้กำลังใจอย่างล้นหลาม ส่วนกระปุกดอทคอมก็ขอให้กำลังใจเธอเช่นกัน และขอถือโอกาสพาทุกคนไปรู้จักประวัติของเธอกันสักเล็กน้อย…

สำหรับ เอม เจษยา เวียงเกตุ เป็นนักแสดงสาว เกิดเมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2529 สังกัดค่ายกันตนา มีผลงานมาแล้วหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น สุดห้วใจเจ้าชายเทวดา, ลิลลี่สีกุหลาบ, เงากามเทพ ส่วนข่าวทำให้เธอรู้จักกันทั่ววงการบันเทิงนั้น เริ่มแรกคือภาพหลุดขณะจูจุ๊บกับสาวหล่อ อดีตนักแสดงค่ายเดียวกันอย่าง “ม่วย นิธิตรา เชาว์พยัคฆ์” เมื่อกลางปี 2554 หลังจากนั้นก็ทำให้ภาพของสาวเอมถูกมองในแง่ลบ และแม้ว่าเธอจะออกมาปฏิเสธถึงความสัมพันธ์ดังกล่าว โดยชี้แจงว่ารูปภาพนั้น เป็นรูปที่ถ่ายกันเล่น ๆ นานแล้วก็ตาม

 

แต่ทว่าภาพลักษณ์เลสเบี้ยนสาวของ เอม เจษยา ก็ถูกกลบด้วยข่าวคบหาดูใจกับดาราหนุ่มสเตฟาน สันติ ซึงมีข่าวออกมาในทำนองที่ว่า เธอออกตัวผ่านสื่อว่าสเตฟานมาจีบ แต่หนุ่มสเตฟานกลับบอกว่าไม่ได้จีบหน้าตาเฉย แถมยังมีสงครามน้ำลายเล็ก ๆ ระหว่างหนุ่มฟานกับ เอม เจษยา เล็ก ๆ อยู่เป็นสัปดาห์เลยทีเดียว ซึ่งเรื่องนี้ก็ยังเป็นข้อกังขาอยู่ในปัจจุบัน ว่าใครกันแน่ที่โกหกผ่านสื่อ! และหลังจากที่เธอซดเกาเหลากับหนุ่มฟาน เธอก็ประกาศว่าเธอเข็ดผู้ชาย และควงทอมไฮโซนามว่าอิ๊คออกสื่ออยู่บ่อย ๆ แต่แล้วความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ค่อย ๆ เงียบหายไป พร้อมกับข่าวลือว่า ทอมอิ๊ค สะบั้นรัก เอม เจษยา และหันไปควงสาวสวยระดับนางงามอย่าง เอมมี่ มรกต แทนซะอย่างนั้น

ต่อจากนั้น ก็ไม่ค่อยได้เห็นหน้าค่าตาเธอผ่านผลงานการแสดงสักเท่าไร มีเพียงผลงานถ่ายแบบเซ็กซี่ ๆ ผ่านนิตยสารเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นไม่ว่าเธอถ่ายแบบลงนิตยสารฉบับไหน หนุ่ม ๆ ก็พร้อมใจที่จะกว้านซื้อเก็บไว้ซะทุกครั้ง

สาวเอมก็กลายเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพที่จ้องจะปล้นทรัพย์ และลวนลามถึงคอนโด ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นอุทธาหรณ์สอนใจหญิงสาวว่าห้ามเปิดประตูรับใครสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะคุณอาจจะโชคร้ายกว่าสาวเอมก็เป็นได้

ล่าสุด วงการบันเทิงต้องตกใจกันอีกครั้งเมื่อตำรวจเข้าจับกุมอดีตดาราสาวสวย พร้อมกับเครือข่ายในกลุ่มอีก 2 คนค่าที่พัก ทันที หลังสืบทราบว่ามีการมั่วสุมกัน มียาเสพติดไว้ในครอบครอง จึงดำเนินการเข้าจับกุมทันที

 

วันนี้ (26 มี.ค.59 ) เวลา 04.00 น. กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบก.สปพ., พ.ต.อ.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.สำราญ นวลมา ผกก.สายตรวจ กก.สายตรวจ บก.สปพ., พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ พุทธิพงษ์ รอง ผกก.สายตรวจ กก.สายตรวจ บก.สปพ. พร้อมด้วย พ.ต.ต.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ สว.งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ บก.สปพ. และกำลังเจ้าหน้าที่งานสายตรวจ 2 ได้ร่วมกันจับกุมนายศุภกร หรือใหม่ สกุลศรี ศุภกร อายุ 38 ปี และ น.ส.เจษยา หรือเอม เวียงเกตุ อายุ 31 ปี อดีตนักแสดงสาวค่ายกันตนา ที่บริเวณห้องพัก บน ถ.เสรีไทย แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันที่ 25 มี.ค. 59

พร้อมกันนั้น ยังพบของกลางหลายรายการ ได้แก่ อุปกรณ์สำหรับเสพยาเสพติดแบบขวดแก้วใส รวมจำนวน 3 ชุด, กระเป๋าสะพายแบบผู้หญิงลักษณะคล้ายยี่ห้อหลุยส์วิตตอง จำนวน 1 ใบ, ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ชนิดเกล็ดสีขาวใส น้ำหนักชั่ง รวมถุง 1.73 กรัม จำนวน 1 ถุง, ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ชนิดเกล็ดสีขาวใส น้ำหนักชั่งรวมถุง 1.33 กรัม จำนวน 1 ถุง, ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอีหรือเอกซ์ตาซี) ชนิดเม็ดสีชมพู จำนวน 1 ชิ้น, เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลขนาดใหญ่ จำนวน 3 เครื่อง ถุงพลาสติกใสชนิดกดปิดดึงเปิด จำนวน 20 แพ็ก, โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง และสมุดบันทึกรายชื่อลูกค้ายาเสพติด จำนวน 1 เล่ม รวมยาไอซ์ของกลางน้ำหนัก 3.06 กรัม โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย”

คดีสะเทือนขวัญ... หนุ่มใหญ่ลั่นลูกซองปลิดชีวิต เขียนจดหมายถึงกุมารทอง …ว่าแบบนี้ ขนลุกเลย...

คดีสะเทือนขวัญ... หนุ่มใหญ่ลั่นลูกซองปลิดชีวิต เขียนจดหมายถึงกุมารทอง …ว่าแบบนี้ ขนลุกเลย...
ช่างซ่อมเครื่องยนต์การเกษตร วัย 64 ปี เครียดปัญหาชีวิต เขียนจดหมายขอโทษถึง ‘แก้ว’ กุมารทองที่เลี้ยงไว้ 20 ปี ก่อนใช้เท้าลั่นไกปืนลูกซองยาว เข้าศีรษะตัวเองกระจุย ดับคาที่…
 
 

วันที่ 26 มี.ค.59 ร.ต.ต.จารึก รอบุญ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรคลองขลุง อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร รับแจ้งเหตุ มีคนใช้อาวุธปืนยิงตัวตาย จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลคลองขลุง พร้อมด้วย อาสาสมัครกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรธรรมสถานจุดโค้งวิลัย รุดไปร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ บ้านใน ตำบลแม่ลาด อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร พบผู้เสียชีวิต 1 ราย อยู่ในสภาพนอนหงาย ศีรษะมีบาดแผลจากการโดนยิง จนกะโหลกศีรษะเปิด เสียชีวิตอย่างน่าอนาถ บริเวณลำตัวพบ ปืนลูกซองยาว 1 กระบอก ปลายปืนพาดอยู่บริเวณข้างใบหน้าผู้ตาย ส่วนไกปืนอยู่บริเวณเท้าด้านซ้ายของผู้ตาย ทราบชื่อผู้ตาย คือ นายตี๋ มาลัย อายุ 64 ปี อาชีพช่างซ่อมเครื่องยนต์การเกษตร อยู่บ้านหลังดังกล่าว

ด้าน นางน้ำวิน มาลัย อายุ 63 ปี ภรรยาผู้ตาย เปิดเผยว่า ผู้ตายเคยคิดฆ่าตัวตายมาแล้วโดยจะใช้ปืนกระบอกเดียวกันนี้ และจะทำลักษณะการฆ่าตัวตายคล้ายๆ กัน เมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา แต่ครั้งนั้น กระสุนปืนยิงไม่ออก ในครั้งนั้นตนได้เข้ามาพบเห็นพอดี จึงได้ห้ามไว้ทัน โดยผู้ตายนั้นไม่ได้มีปัญหาสุขภาพแต่อย่างใด มีเพียงปัญหาเรื่องราวส่วนตัว แต่เป็นคนที่ไม่ค่อยพูดจากับใคร ชอบเก็บกด

นอกจากนี้ ผู้ตายเขียนจดหมายลาตาย ในกระดาษมีข้อความถึง “แก้ว” ซึ่งเป็นเรื่องความเชื่อด้านไสยศาสตร์ เพราะตนกับผู้ตาย ได้เลี้ยงกุมารทองไว้ เป็นเวลาเกือบ 20 ปีแล้ว ส่วนที่เขียนขอโทษนั้น ก็อาจจะเป็นการขอโทษที่คิดฆ่าตัวตาย เพราะเป็นความรักของผู้ตายกับกุมารที่เลี้ยงมานั่นเอง

สอบสวน นายปรีชา วิลาวัลย์ อายุ 55 ปี อยู่บ้านใน ตำบลระหาน อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งเป็นน้องเมียของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนเองมาหาผู้ตายและมาเที่ยวที่บ้านหลังเกิดเหตุนี้ โดยในช่วงเช้า เห็นผู้ตายนั่งเขียนกระดาษอยู่บนโต๊ะหินอ่อนหน้าบ้าน แต่ไม่ได้ดูข้อความดังกล่าว จนกระทั่งไม่นานนัก ตนเองได้ขึ้นไปบนบ้านได้เพียงแค่ 3 นาที ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จึงได้รีบวิ่งลงมา ก็พบว่า ห้องเก็บของดังกล่าวถูกล็อกอยู่ จึงช่วยกันเปิดออก ก็พบว่า นายตี๋ ได้ใช้ปืนลูกซองยาวยิงตัวเองเสียชีวิตไปแล้ว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยแพทย์เวร ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบผู้ตายใช้ปืนลูกซองยาว เบอร์ 11 จำนวน 1 นัด ใช้นิ้วเท้าด้านซ้ายกดลั่นไกปืน ส่วนปลายกระบอกอยู่บริเวณข้างหูด้านซ้าย กระสุนทะลุท้ายทอย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงนำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลคลองขลุง เพื่อให้แพทย์ชันสูตรหารายละเอียดของการเสียชีวิตอีกครั้ง.

เอาแล้วไง... ล่าสุด อดีตดาราสาวถูกจับคดียาไอซ์ ออกมายอมรับแล้ว ว่าเคยทำแบบนี้มาก่อนเข้าวงการ...

เอาแล้วไง... ล่าสุด อดีตดาราสาวถูกจับคดียาไอซ์ ออกมายอมรับแล้ว ว่าเคยทำแบบนี้มาก่อนเข้าวงการ...
วันนี้ (26 มี.ค.) กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(บก.สปพ.) และ สว.งานสายตรวจ 2 นำกำลังจับกุมนายศุภกร หรือใหม่ สกุลศรี ศุภกร อายุ 38 ปี และ น.ส.เจษยา หรือเอม เวียงเกตุ อายุ 31 ปี อดีตนักแสดงสาวค่ายกันตนา พร้อมอุปกรณ์เสพยาเสพติดแบบขวดแก้วใส รวม 3 ชุด ยาไอซ์ 3.06 กรัม ยาอีจำนวนหนึ่ง เครื่องชั่งดิจิตอลขนาดใหญ่ 3 เครื่อง ถุงพลาสติกซิปล็อก 20 แพ็ก และสมุดบันทึกรายชื่อลูกค้ายาเสพติด 1 เล่ม ได้บริเวณห้องพัก บนถนนเสรีไทย แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม

 

ทั้งนี้ ได้แจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่าย และเสพยาเสพติด ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันจับกุม น.ส.อารี หรือจุ๋ม ศรีอนุสรณ์ชัย อายุ 32 ปี ได้ที่ห้องพักแห่งเดียวกัน พร้อมยาไอซ์น้ำหนัก 1.63 กรัม

จากการสอบสวน น.ส.เจษยา ให้การว่า เสพยาไอซ์จริง ก่อนจะเข้าวงการ แต่ยาไอซ์และอุปกรณ์การเสพไม่ใช่ของตน เป็นของนายศุภกร(แฟนหนุ่ม) นำมาเสพที่ห้องของตน แต่นายศุภกรยังให้การปฏิเสธ นอกจากนี้ จากการตรวจร่างกายผู้ต้องหาทั้ง 3 คนพบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย อีกทั้งยังพบเข็มที่ใช้สำหรับการฉีดอีกด้วย

หัวใจสลายหนัก... ล่าสุด “เมียพลเมืองดี ถูกแท็กซีชนตกสะพาน” เผยความในใจก่อนตาย... ด้วยคำพูดสุดเศร้าแบบนี้...(ชมภาพ)

หัวใจสลายหนัก... ล่าสุด “เมียพลเมืองดี ถูกแท็กซีชนตกสะพาน” เผยความในใจก่อนตาย... ด้วยคำพูดสุดเศร้าแบบนี้...(ชมภาพ)
จากกรณีแท็กซี่ขับรถชนต์หนุ่มพลเมืองดี ขณะจอดรถเก๋งแจ๊ส สีขาว ลงมาช่วยผู้หญิงซึ่งเป็นรถเก๋งวีออส ที่เสียบนสะพานนั้น จนทำให้พลเมืองหนุ่มดังกล่าวกระเด็นตกลงสะพานดับสยองข้างล่าง เมื่อกลางดึก 25 มี.ค ที่ผ่านมา

 

ล่าสุด น.ส.รุ่งนภา ธนสารสกุล อายุ 34 ปี ภรรยา ของนายเกียรติศักดิ์ สุรินทร์ อายุ 29 ปี ผู้ตาย ได้รุดเข้าดูศพสามีพร้อมกล่าวว่า สามีขับรถไปหาเพื่อน ซึ่งตนเองบอกว่า อย่าออกไปเลย เพราะฝนก็ตก แต่สามีก็ไม่ฟัง คิดไม่ถึงว่าสามีจะต้องมาเสียชีวิต เพราะความใจดี มีน้ำใจไปช่วยเหลือคนอื่น โดยสามีไม่น่าจะจากตนเองกับลูกสาววัย 7 เดือนไปเร็วอย่างนี้เลย

 

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ใดจะต้องสอบปากคำ น.ส.ปัณณิชา ผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นเจ้าของรถโตโยต้า วีออส สาวที่รถเสียจอดบนสะพาน ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอย่างละเอียดเสียก่อน พร้อมทั้งประสานไปยังเจ้าของอู่แท็กซี่ ให้ติดตาม ตัวคนขับแท็กซี่ที่หลบหนี มาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ซึ่งตอนนี้ คนขับแท็กซี่ดังกล่าวได้เข้ามอบตัวพร้อมบอกว่า มองไม่เห็น จึงชนพลเมืองดีตายดังกล่าว

Friday, March 25, 2016

ด่วน... ล่าสุด จากข่าว ด.ญ.ช้ำรักผูกคอตาย ล่าสุด เพื่อนชายออกมาโพสต์แบบนี้แล้ว...

ด่วน... ล่าสุด จากข่าว ด.ญ.ช้ำรักผูกคอตาย ล่าสุด เพื่อนชายออกมาโพสต์แบบนี้แล้ว...
ล่าสุดทางเพื่อนๆ ของ ด.ญ. ที่เสียชีวิต กำลังศึกษามัธยมต้น ของ ร.ร. แห่งหนึ่ง ได้แชร์แคปชั่นของเพื่อนผู้ชาย พร้อมกับบอกด้วยว่า

เพราะ ความเลว ของ นะไอ่สัส… ไอ่ผู้ชายหน้า… !! แทนที่ จะไปหาแฟน ไปขอโทษเค้า ถึงน้องเค้าจะตายไปแล้ว ยังจะปากดีอีกหรอ ? สั….จริงๆ RIP นะน้องแต

 

 

 

น้องมะลิ จัดเต็ม... แปลงร่างตัวเองด้วยแอพใหม่ น่ารักสุดๆ ไปเลย ... (ชมคลิป)

น้องมะลิ จัดเต็ม... แปลงร่างตัวเองด้วยแอพใหม่ น่ารักสุดๆ ไปเลย ... (ชมคลิป)
ท่าทาง “น้องมะลิ” จะสนุกน่าดู กับการแปลงร่างให้ตัวเองด้วยแอพพลิเคชั่นใหม่ บอกเลยว่าจัดเต็ม ทั้งใส่ตาหวาน ทั้งหน้าแพนด้า น่ารักสุด ๆ ไปเลย


แทบช็อก... ตร.ปลอมบุกบ้านจับมัดผัว เมีย พยายามล่วงละเมิด แต่มารู้ความจริงทีหลังถึงกับผงะ...

แทบช็อก... ตร.ปลอมบุกบ้านจับมัดผัว เมีย พยายามล่วงละเมิด แต่มารู้ความจริงทีหลังถึงกับผงะ...
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.อรรถวินทร์ เกษแก้ว ผกก.สน.จรเข้น้อย พร้อมด้วยพ.ต.ท.พยงค์ เอี่ยมสกุล รอง ผกก.สส.สน.จรเข้น้อย พ.ต.ท.อนุชาทองสว่าง สว.ป.สน.จรเข้น้อย พ.ต.ต.โกวิท ผิวผ่อง สว.สส.สน.จรเข้น้อย ร.ต.อ.ชัดชาย กรอบทอง รอง สวป.สน.จรเขน้อย ร.ต.อ.ทิรัตน์ ฤทธิภักดี ร.ต.ท.สมยศ นาคะ ร.ต.ท.วัชระ ลิ้มเส็ง รอง สว.สส.สน.จรเข้น้อย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.จรเข้น้อย ร่วมกันนำกำลังเข้าจับกุมนายวิเชษ ฐ หรือยุ๊ฟ บางใหญ่ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/6 ซอยขุมทอง – ลำต้อยติ่ง 1 แขวงขุมทอง เขตลาดกระบัง กทม.

 

พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 0.44 กรัม สิ่งเทียมอาวุธปืนพกสั้น แบบออโตเมติก สีเทา จำนวน 1 กระบอก เครื่องวิทยุสื่อสาร ยี่ห้อ โมโตโรล่า รุ่นจีที 668 สีดำ จำนวน 1 เครื่อง กระเป๋าผ้าขนาดเล็ก สีดำ มีสัญลักษณ์ POLICE จำนวน 1 ใบ ชุดฟาร์ติก สีน้ำเงิน มีเครื่องหมาย POLICE จำนวน 1 ชุด รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโลร่า สีเทา หมายเลขทะเบียน ฉฐ 5961 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน สายไฟ สีเทา จำนวน 1 เส้น เชือกไนล่อน สีเขียว จำนวน 1 เส้น สายเคเบิ้ลสภาพใช้งานขาดเป็นท่อน จำนวน 1 เส้น โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ วีโว้ สีดำ จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อทรู จำนวน 1 เครื่อง เครื่องเล่นเอ็มพี 3 จำนวน 1 เครื่อง และเงินสด จำนวน 560 บาท โดยสามารถจับกุมตัวได้ภายในบ้านเลขที่ 15 ถ.หลวงแพ่ง แขวงขุมทอง เขตลาดกระบัง กทม. เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 07.30 ของวันที่ 24 มี.ค. ที่ผ่านมา

พ.ต.ต.โกวิท กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 24 มี.ค. ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า มีบุคคลเป็นเพศชายแสดงอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำการใช้อาวุธปืนข่ม ขู่และทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย จำนวน 2 ราย ก่อนมัดตัวเจ้าของบ้านไว้กับเสาบ้าน พร้อมทั้งรื้อค้นเอาทรัพย์สินภายในบ้านพักหลังดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงรุดเดินทางไปตรวจสอบเมื่อมาถึงช่วงบริเวณกลางซอยของ จุดเกิดเหตุกระทั่งพบชายฉกรรจ์แต่งเครื่องแบบคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีท่าทางมีพิรุธขณะกำลังจะขึ้นรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโลร่า สีเทา หมายเลขทะเบียน ฉฐ 5961 กรุงเทพมหานคร อยู่ช่วงทราบชื่อต่อมาคือนายวิเชษฐ จึงแสดงตัวขอเข้าตรวจค้นก่อนพบของกลางทั้งหมดจึงตรวจยึดเพื่อทำการตรวจสอบ รายละเอียด

พ.ต.ต.โกวิท กล่าวต่อว่า ระหว่างนั้นมีนายสำเริง แซ่ฉั่ว อายุ 51 ปี และ น.ส.แพรวพรรณ พรรณีสะ อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นสามี-ภรรยากัน ได้แสดงตัวเป็นผู้เสียหายก่อนให้การว่า ถูกนายวิเชษฐ บุกรุกเข้าไปภายในบ้านพักจุดเกิดเหตุพร้อมทั้งอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ นครบาลซึ่งได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้เข้ามาตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมาย ก่อนใช้อาวุธปืนบังคับให้นายสำเริง นอนคว่ำหน้าลงกับพื้นเอามือทั้งสองข้างไพล่หลังแล้วมัดด้วยสายไฟที่คนร้าย เตรียมนำมา จากนั้นลากออกมานอกห้องนอนแล้วใช้เท้าเตะที่หน้าท้องพร้อมทั้งใช้อาวุธปืนตี หัว ก่อนลากตัวมามัดไว้กับเสาไม้กลางบ้านด้วยเชือกไนลอนอีกครั้ง

ขณะ นั้นคนร้ายได้ขู่กรรโชกให้ผู้เสียหายนำเงินสดจำนวน 1 หมื่นบาทมาให้ แต่ผู้เสียหายกลับปฏิเสธบอกเพียงว่ามีเงินสดแค่ 400 กว่าบาท ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะด้านหน้าโทรทัศน์ จากนั้นคนร้ายกลับเปลี่ยนใจเดินเข้าไปในตัวบ้านก่อนจับ น.ส.แพรวพรรณ มัดมือไพล่หน้าด้วยสายรัดเคเบิ้ล พร้อมทั้งข่มขู่ว่าห้ามหลบหนีก่อนตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายออก ไปที่รถยนต์ซึ่งจอดทิ้งไว้อยู่บริเวณกลางซอยเพื่อไปเอาบุหรี่

 

พ.ต.ต.โกวิท กล่าวอีกว่า ขณะนั้น น.ส.แพรวพรรณ ได้ใช้ความพยายามหยิบกรรไกรที่วางอยู่บริเวณใกล้ตัวก่อนนำมาตัดสายรัดเค เบิ้ลจนขาดพร้อมทั้งรีบวิ่งไปตัดเชือกให้สามีที่ถูกมัดอยู่บริเวณกลางบ้านจน สำเร็จ ก่อนนายสำเริง จะรีบวิ่งหลบหนีออกจากตัวบ้านเพื่อไปแอบดูความเคลื่อนไหวของคนร้ายเมื่อพบ เห็นคนร้ายเดินทางกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมด้วยอาวุธปืนด้วยความกลัวจึง กระโดด ข้ามฝั่งไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน เพื่อให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งระหว่างนั้นนายวิเชษฐ กลับเดินปรี่เข้าไปหา น.ส.แพรวพรรณ เพื่อประทุษร้ายและพยายามล่วงละเมิด จากนั้นได้ขโมยทรัพย์สินจำนวน 4 รายการ ประกอบด้วยโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อวีโว้ สีดำ จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อทรู จำนวน 1 เครื่อง เครื่องเล่นเอ็มพี 3 จำนวน 1 เครื่อง และเงินสดประมาณ 400 กว่าบาท ก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็วกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมพร้อมของกลางได้ ดังกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า นายวิเชษฐ ประกอบอาชีพที่แท้จริงคือเป็นผู้รับจ้างขายไอศกรีมอยู่ย่านลาดกระบัง ซึ่งก่อนหน้าที่เคยลงมือก่อเหตุข่มขู่เอาทรัพย์สินจากเจ้าของบ้านหลังดัง กล่าวมาแล้วรวมจำนวน 3 ครั้ง โดยแต่ละครั้งได้ทรัพย์สินไปไม่มาก ส่วนเจ้าของบ้านไม่ยอมเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตั้งแต่ต้น เนื่องจากคิดว่าผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง จนกระทั่งมาในครั้งนี้คนร้ายได้กระทำการเกินกว่าเหตุจนต้องร้องขอความช่วย เหลือจากเพื่อนบ้านให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบดังกล่าว

เบื้อง ต้นเจ้าหน้าที่ แจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาไอซ์ ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ,มีและใช้ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบ อนุญาต, แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองมิได้เป็นเจ้า พนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น, ลักทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลัง ประทุษร้ายเพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น หรือเพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือพาทรัพย์นั้นไปโดยมีและใช้อาวุธ ปืน, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำการด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ และร่างกาย, กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น” ก่อนนำต้วพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป