Thursday, March 17, 2016

เดือดระอุโซเชียล... ด่วน ตร.แจ้งข้อหาหนุ่มซิ่งเบนซ์แล้ว แถมพ่อบอกลูกชายจำเหตุการณ์ที่เกิดไม่ได้เลยด้วยเหตุผลแบบนี้...

เดือดระอุโซเชียลฯ!! ด่วน ตร.แจ้งข้อหาหนุ่มซิ่งเบนซ์แล้ว แถมพ่อบอกลูกชายจำเหตุการณ์ที่เกิดไม่ได้เลยด้วยเหตุผลแบบนี้!!

เมื่อวันที่ 17 มี.ค. พ.ต.ท.สมศักดิ์ พลพันขาง สารวัตรสถานีตำรวจภูธรพระอินทร์ราชา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เพื่อแจ้งข้อหากับนายเจนภพ วีรพร อายุ 37 ปี ผู้ขับรถเมอร์ซิเดสเบนซ์ ป้ายทะเบียน ษง-3333 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนรถยนต์ฟอร์ด 2 นักศึกษาปริญญาโทไฟคลอกจนเสียชีวิตบนถนนพหลโยธิน กิโลเมตรที่ 53 บริเวณทางแยกต่างระดับบางปะอิน เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา

พ.ต.ท.สมศักดิ์ กล่าวว่า ได้มาแจ้งข้อหานายเจนภพ ในข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พร้อมสอบปากคำเป็นครั้งแรก หลังจากเห็นคลิปเหตุการณ์ค่อนข้างชัดในพฤติการณ์ของผู้ขับขี่ โดยตำรวจค่อนข้างมีพยานหลักฐานแน่นหนาในการเอาผิดกับผู้ก่อเหตุ ยืนยันว่า มาพบผู้ก่อเหตุตั้งแต่วันแรกแต่เนื่องจากยังอยู่ในห้องไอซียูทำให้ไม่สามารถสอบปากคำได้ ประเด็นที่สังคมสงสัยว่าผู้ก่อเหตุดื่ม แอลกอฮอล์หรือไม่ ยืนยันว่าไม่มีกลิ่นแอลกอฮอล์แต่อย่างใด ทั้งนี้จะสอบปากคำอย่างละเอียด คาดจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ด้านนายเจษฎา วีรพร บิดาของคนขับรถเบนซ์ กล่าวว่า วันเกิดเหตุอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต พอทราบข่าวก็รีบเดินทางกลับทันที โดยให้เพื่อนเข้าไปพบกับญาติผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลก่อน สาเหตุที่ไม่ได้ไปด้วยตนเองเนื่องจากต้องดูแลลูกชายที่บาดเจ็บอยู่ห้องไอซียู และไปร่วมสวดพระอภิธรรมศพในคืนแรก รวมถึงขอขมากับญาติของผู้เสียชีวิตด้วย ซึ่งในวันดังกล่าวมีโอกาสพูดคุยกันในเบื้องต้น ครอบครัวผู้เสียชีวิตยังฝากความห่วงใยถึงลูกชายของตนด้วย รวมถึงไม่ต้องเป็นห่วงและขอให้หายจากการบาดเจ็บโดยเร็ว ล่าสุดยังมีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า ไม่แน่ใจว่าต้องผ่าตัดหรือไม่ รวมถึงทีมแพทย์กำลังตรวจเช็คสมองว่ามีอาการปกติร่วมด้วยหรือไม่เนื่องจากลูกชายจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ ส่วนตัวคิดว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะพูดคุยเรื่องคดีความ เนื่องจากต่างฝ่ายต่างยังเสียใจอยู่ หลังจากนี้จะพูดคุยเพื่อให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น

นายเจษฎา กล่าวต่อว่า ได้เห็นข้อมูลที่แชร์ในสังคมออนไลน์แล้ว บางข้อมูลก็ไม่เป็นความจริง เช่น รถยนต์ก็ไม่ใช่รุ่นที่ลูกชายเคยใช้ แต่ยอมรับว่าลูกชายเคยเกิดอุบัติเหตุมาแล้ว 2-3 ครั้ง ซึ่งใครที่ขับรถมาคงทราบดีว่าอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ไม่อยากให้สังคมซ้ำเติมกับเรื่องดังกล่าวซึ่งไม่เป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย ซึ่งตนและครอบครัวพร้อมดูแลอย่างเต็มที่
Share:

0 comments:

Post a Comment